ถ้าถามว่าตอนนี้โรคไหนฮิตที่สุดในหมู่คนทำงาน หนึ่งในนั้นคงต้องมี ออฟฟิศ
ซินโดรม (Office Syndrome) ติดโผอยู่เป็นแน่
เหล่านี้ ไม่เพียง บั่นทอนสุขภาพ แต่ยังทำให้ ศักยภาพ ของคนทำงานถดถอยลงด้วย
วิธีสังเกตุว่าคุณเข้าข่ายออฟฟิศซินโดรมหรือยัง คือ
ดูว่าเมื่อมาถึงที่ทำงานตอนเช้า ร่างกายก็ปกติดี แต่พอทำงานไปสักพักจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย เช่น ไอ จาม ปวดเมื่อยคอ ตาพร่า บางครั้งหูอื้อ เมื่อปรับเปลี่ยนท่าทางลุกขึ้นบิดเนื้อบิดตัวจะรู้สึกดีขึ้นหรือไม่
ซึ่งจุดปวดที่พบบ่อยได้แก่ คอ สะบักและศีรษะ เพราะร่างกาย
ช่วงบนต้องจดจ่ออยู่กับ โต๊ะทำงาน หรือคอมพิวเตอร์ นานๆ
ส่วนจุดปวดที่พบรองลงไปคือบริเวณหลัง
ความปวดเมื่อยนั้นเกิดจากการที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหว กล้ามเนื้อเกร็งตัว และข้อพับต่างๆ หักงอเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ถ้าเป็นมากอาจก่อกวนระบบประสาทอัตโนมัติบริเวณคอ ศีรษะ และอาจทำให้ถึงขั้นวูบได้
ยิ่งถ้ามีความเครียดหรือความกดดันเข้ามาประกอบด้วย ก็ยิ่งเร่งให้อาการออฟฟิศซินโดรม รุนแรงและชัดเจน
ยิ่งขึ้น
วิธีแก้ คือ
- สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และฝึกสมาธิไปในตัว เช่น
โยคะ จะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ - ปรับไลฟ์สไตล์ในการทำงาน เช่น พักสายตาจากงานทุกครึ่งชั่วโมง เปลี่ยนท่าทางขณะทำงาน ไม่อยู่ในท่าเดิมนานๆ ปรับเก้าอี้และโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับสรีระ เก้าอี้ที่ดีนั่งแล้วเท้าต้องไม่ลอย และไม่เตี้ยจนเกินไป ก้นต้องเข้าไปถึงมุมพับของเก้าอี้ พนักพิงตั้งฉากและปรับเอนได้ 10-15 องศา ที่วางมือต้องอยู่ระดับข้อศอก ศีรษะ คอ และบ่าอยู่ในแนวตรง จอคอมพิวเตอร์ต้องพอดีกับระดับสายตา
- ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังควรไปพบแพทย์และทำกายภาพบำบัด สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 45-60 นาที สังเกตว่าอาการมึนปวดศีรษะลดลงมากน้อยเพียงไร โดยทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โรคภัยไข้เจ็บแม้จะอยู่ใกล้ตัว แต่เราก็สามารถป้องกันได้ เพียงแค่รู้จักสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ฝืนทำงานหนัก พักผ่อนบ้างเมื่อร่างกายอ่อนล้าเท่านั้นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น