วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต




เริ่มต้นกับเรา เรา ให้คุณเข้าร่วมกับธุรกิจที่น่าทำที่สุดในขณะนี้ ธุรกิจอิสระ พรีมา ไลฟ์ ไทม์ “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต” คือ เวลาที่สามารถเปิดใจคนได้ เรา ไม่สอนให้คุณงมงายกับคำโฆษณาชวนเชื่อ แต่ เราสอนให้ทีมงานรู้จักระบบการทำงานที่ถูกต้อง เรา จะเดินหน้าไปพร้อมกันสู่เป้าหมายชัดเจนร่วมกัน









web traffic

วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตอบคำถามจับใจพ่อแม่ “ลูกโต ตามเกณฑ์ไหม”

“ลูกฉันโตตามเกณฑ์ปกติหรือเปล่า” ประโยคจับหัวจิตหัวใจและวนเวียนแทบ
ทุกลมหายใจของพ่อแม่โดยเฉพาะมือใหม่ เรียกว่าคำถามตามสัญชาติญาณความเป็นพ่อแม่คงไม่ผิดนัก.

ตัวโต ตัวเล็ก มีเหตุจากอะไรบ้าง

ตอนแรกเกิด : ขนาดตัวตอนแรกเกิดของทารกจะขึ้นอยู่กับพันธุกรรมเป็นบางส่วน ลูกคนโตมักตัวเล็กกว่าลูกคนต่อๆ ไป เพราะแม่ท้องแรกมีมดลูกที่เล็กและคับแคบกว่า เด็กผู้ชายจะตัวโตกว่าเด็กผู้หญิง และเด็กแฝด
ทั้งชายและหญิงจะตัวเล็กกว่าปกติ
ปัจจัยแวดล้อมที่อาจมีผลต่อขนาดตัวของเด็กแรกเกิด
  • น้ำหนักตัวของแม่ แม่ที่น้ำหนักตัวมากๆ มักมีลูกตัวโตกว่าแม่ที่มีน้ำหนักตัวน้อย
  • น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ แม่ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยมากๆ หรือต่ำกว่าเกณฑ์ 4 - 5 กิโลกรัม
    ลูกมักออกมาตัวเล็กกว่า
  • แม่สูบบุหรี่หรือบริโภคกาเฟอีนเยอะหรือเปล่า ทั้งสองปัจจัยอาจส่งผลให้เด็กในครรภ์เติบโตได้ไม่เต็มที่
  • แม่เป็นโรคเรื้อรังหรือไม่ เช่น แม่ที่เป็นเบาหวานมักมีลูกตัวโตมาก
สองขวบปีแรก

การเจริญเติบโตของเด็กทารกขึ้นอยู่กับ ขนาดตัวตอนแรกเกิดและลักษณะทางพันธุกรรม ประกอบกับช่วงสองขวบปีแรกนี้มีข้อสังเกตว่า เด็กแรกเกิดตัวเล็กที่จะเติบโตขึ้นเป็นเด็กตัวโต เขาจะโตเร็วกว่าเด็กแรกเกิด
ตัวโตที่จะเติบโตขึ้นเป็นเด็กตัวเล็ก
เช่น น้องแม็คลูกชายของแม่มุก ตอนแรกเกิดตัวยาว 57.5 เซนติเมตร (โดยทั่วไปเด็กแรกเกิดตัวยาวเฉลี่ยแค่ 50 เซนติเมตร) ดูตอนนั้นเขาน่าจะเติบโตขึ้นเป็นเด็กตัวโต คุณหมอเด็กก็ยังพูดเล่นว่า แม็คอาจสูงถึง 7 ฟุต (ประมาณ 210 เซนติเมตร) เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
“แต่ถ้าดูตามความสูงของดิฉันกับสามี คุณหมอก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้หรอกค่ะ” แม่มุกบอก แล้วก็เป็นไปตามคาด พอเจ้าแม็คอายุ 3 ขวบ เขาก็โตช้าลงและสูงอยู่ในระดับเฉลี่ยตามวัย
ช่วงวัยเด็ก

ทั้งน้ำหนักตัวและความสูงจะเพิ่มขึ้นในเวลาอันกระชั้นชิด จนดูเหมือนโตแบบพรวดพราด ซึ่งเป็นเหตุผลว่า ทำไมบางครั้งเด็กๆ ถึงได้ดูเจ้าเนื้อในเดือนหนึ่ง ต่อมาอีกเดือนหนึ่งกลับดูไม่ค่อยมีเนื้อมีหนังเสียแล้ว
ถึงตรงนี้เรากำลังพูดว่า เด็กจะมีช่วงเวลาของการเจริญเติบโตตามวัย และการเติบโตแบบพรวดพราด ซึ่งระยะเวลาของการเจริญเติบโตทั้งสองอย่างนี้จะยาวนานแค่ไหนก็ต่างกันไปในเด็กแต่ละคน และช่วงของการเติบโตแบบพรวดพราดแต่ละช่วงของเด็กคนเดียวกันก็ต่างกันด้วย
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเราจะเห็นการเติบโตของเด็กในช่วงเวลาสั้นมากๆ เช่น เราจะเห็นเด็ก 10 ขวบ โตไวจนสวมกางเกงไซส์เดิมไม่ได้ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยซ้ำ
ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เด็กโตแบบพรวดพราดในเดือนหนึ่ง และหยุดโตในอีกเดือนคืออะไร
แต่คุณหมอโจเซฟ  ไจแกนเต รองศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ ประจำโรงพยาบาลเด็กแวนเดอร์บิลต์
ในแนชวิลล์ กล่าวว่า "แม้เราจะไม่มีคำอธิบายที่ดีสำหรับเรื่องนี้ แต่เด็กๆ ก็ดูเหมือนจะโตไวที่สุดในช่วงฤดูร้อนและช้าที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง”
นอกจากนี้คุณหมอทั้งหลายก็รู้ว่า ตัวกระตุ้นการเติบโตของมนุษย์ตั้งแต่เริ่มแรกคือฮอร์โมนที่มีผลต่อการ
เจริญเติบโตของมนุษย์ (Human growth hormone) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ร่างกายผลิตขึ้นมาตลอดทั้งวัน จะถูกขับออกมาในช่วงนอนหลับเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมจึงจำเป็นต้องให้เด็กๆ ได้นอนหลับตามความต้องการอย่างเต็มที่ตลอดช่วงวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว
ช่วงวัยรุ่น

ช่วงก่อนวัยรุ่นและวัยรุ่นจะเป็นช่วงที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็วที่สุด โดยเด็กผู้หญิงจะเริ่มโตแบบพรวดพราดตอนอายุ 10 - 11 ขวบ และการเติบโตตามวัยจะดำเนินต่อไปจนถึงอายุราว 15 ปี
ส่วนเด็กผู้ชาย การเจริญเติบโตแบบพรวดพราดจะเริ่มช้ากว่าเด็กหญิงประมาณสองปี และการเติบโตตามวัยจะดำเนินต่อไปจนถึงอายุราว 17 ปี
โดยปกติแล้ว เด็กผู้หญิงจะหยุดโตหลังจากมีรอบเดือนครั้งแรกราวสามปี แต่เด็กผู้ชายจะโตไปเรื่อยๆตลอดช่วงวัยรุ่น


ติดตามการเติบโตของเด็กๆ

กราฟการเจริญเติบโต เครื่องมือที่คุณหมอใช้ประเมินให้แน่ใจว่าเด็กๆ เติบโตเป็นปกติ แต่เดิมจนมาถึงปี ค.ศ. 2002 จะยึดตามค่าเฉลี่ยของเด็กคอเคเซียน (ผิวขาว) ซึ่งเลี้ยงด้วยนมผสมเพียงกลุ่มเดียว แต่เนื่องจากทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่ รวมถึงทารกฮิสปานิก (อเมริกันเชื้อสายสเปน) และเด็กเชื้อสายเอเชียน - อเมริกัน มักจะตัวเล็กกว่าเด็กที่เลี้ยงด้วยนมผสม ดังนั้นปัจจุบันค่าเฉลี่ยของกราฟการเจริญเติบโต จึงได้มาจากเด็กทุก กลุ่มเชื้อชาติ รวมถึงทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้กราฟใหม่ยังใช้ติดตามค่าดัชนีมวลกายได้ด้วย เมื่อเด็กมีโอกาสที่จะเป็นโรคอ้วน กราฟนี้ก็จะช่วยให้คุณหมอเด็กรู้ได้ทันที
ส่วนใหญ่คุณหมอเด็กจะเป็นผู้ตรวจพบ หรือวินิจฉัยความผิดปกติด้านการเจริญเติบโตมากกว่าพ่อแม่
ทว่าบางครั้ง เด็กที่ไม่ได้เติบโตเป็นปกติ ก็อาจจะหลุดลอดการสังเกตของหมอไปได้ การศึกษาในจดหมายเหตุโรคในวัยเด็กระบุว่า ตอนพาเด็กไปตรวจร่างกาย การวัดค่าการเติบโตในเด็กราวร้อยละ 70 ค่าที่วัดได้จะ
คลาดเคลื่อนไปประมาณ 1.25 เซนติเมตร
ดังนั้น ขณะที่พยาบาลวัดค่าการเติบโตให้ลูกอยู่ คุณก็ต้องคอยดูให้ดี และถ้าจำเป็นก็เข้าไปช่วยจับ
ลูกทารกที่ดิ้นไปดิ้นมาให้อยู่นิ่งๆ ซึ่งจะช่วยให้แน่ใจว่าเป็นการวัดที่ถูกต้อง และตรวจสอบดูอีกทีด้วยว่า
พยาบาลบันทึกข้อมูลนี้บนกราฟที่ถูกต้องตามวัยและเพศของลูกคุณหรือเปล่า
สัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีความผิดปกติบางอย่าง ได้แก่
  • ความสูงดูเหมือนจะคลาดเคลื่อน เมื่อพิจารณาจากความสูงของพ่อ แม่ หรือพี่น้อง
  • น้ำหนักและส่วนสูงตกเกณฑ์เฉลี่ย (ดูล้อมกรอบ)
  • เมื่อเปรียบเทียบปีต่อปีแล้ว ค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ลดลง 20 หน่วยหรือมากกว่า
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสูงมาก
  • เข้าสู่วัยหนุ่มสาวเร็วหรือช้ามาก
จากสัญญาณดังกล่าวข้างต้น มีบางกรณีที่คุณหมออาจแนะนำให้คุณได้พบแพทยผู้เชี่ยวชาญ แต่
ส่วนใหญ่แล้ว คุณก็แค่ต้องรอจนกว่าจะถึงช่วงของการโตแบบพรวดพราดคราวต่อไปเท่านั้นเอง แล้วจากนั้นคุณก็อาจจะต้องหาซื้อกางเกงตัวใหม่ให้ลูกอยู่เรื่อยๆ

ลูกควรหนักขึ้นเท่าไรและสูงเร็วแค่ไหน
แรกเกิด - 12 เดือน:ลูกวัยทารกจะสูงขึ้น 25 เซนติเมตร และหนักเป็นสามเท่าของน้ำหนักตัว
ตอนแรกเกิด
12 - 24 เดือน:ลูกวัยเตาะแตะจะสูงขึ้น 12.5 เซนติเมตร และหนักขึ้นเกือบ 3 กิโลกรัม
เทียบกับช่วงแรกเกิด
2 - 10 ขวบ:เด็กส่วนใหญ่จะเจริญเติบโตคงที่แล้ว คือในแต่ละปีจะสูงขึ้นราว
6.25 เซนติเมตร และหนักขึ้นเกือบ 3 กิโลกรัมต่อปี
วัยหนุ่มสาว:ลูกผู้หญิงจะสูงขึ้น 22.5 เซนติเมตร และหนักขึ้น 7 - 25 กิโลกรัม ลูกผู้ชายจะสูงขึ้น 27.5 เซนติเมตร และอาจหนักขึ้นถึงเกือบ 30 กิโลกรัม เทียบกับวัยเด็ก



วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

อารมณ์แปรปรวน ควรทำอย่างไร

ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ถ้าปล่อยให้ความเครียดเกาะกินใจ
เป็นเวลานานจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจได้

สาเหตุของความเครียดที่ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวนนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูมิอากาศ สภาพการจราจรที่คับคั่ง ความเครียดจากการทำงาน หรือแม้แต่บุคคลต่างๆ ที่รายล้อมตัวคุณ เรียกได้ว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย คงจะดีกว่าถ้าเราสามารถควบคุมอารมณ์ไม่ให้ความเครียดเข้ามาคุกคามชีวิตของ เราได้

หลายคนอาจคิดไม่ถึงว่า อาหารที่เรารับประทานเข้าไปจะส่งผลต่ออารมณ์ได้ เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เราก็ควรรับประทาน
อาหารที่เหมาะสม เมื่อรู้ว่าต้องอยู่ใน ภาวะอารมณ์
แปรปรวน
น่าจะเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง

โดยสารอาหารที่ช่วยปรับสมดุลได้มีดังนี้
  • วิตามินบี 6
  • วิตามินซี
  • กรดโฟลิก
  • สังกะสี
สารอาหารเหล่านี้จะพบมากในเนื้อ ปลา ถั่ว และเลนทิล (เมล็ดถั่วที่มีลักษณะกลมแบนมีหลายสี เช่น น้ำตาล เขียว แดง และเหลือง) ซึ่งจะช่วยกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเซโรโท
นินที่ทำให้อารมณ์ของคุณดีขึ้น พร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่ออารมณ์ได้